MATHEMATICS · SCIENCE WEEK
ไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ระหว่างพื้นที่ใต้กราฟฮิสโทแกรมและพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมูมุมฉาก
จัดอยู่ในชุดเอกสารการประกวดปี 2569 แต่หน้าปกรายงานไม่ระบุปี จึงเว้นปีรายงานไว้ Included in the B.E. 2569 (2026) competition collection. The report year is left unspecified because no year appears on its cover. The full report is in Thai.
โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา
รายละเอียดเพิ่มเติมและการอ้างอิง
บทคัดย่อ
โครงงานคณิตศาสตร์ไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโทแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมูโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อหารหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมูจากการหาพื้นที่ใต้ฮิสโทแกรมที่เป็นรูปพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมูมุมฉากและการแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว 2. เพื่อตรวจสอบคำตอบไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมูด้วยโปรแกรม GSP ผลการดำเนินโครงงานพบว่า จากความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีความถี่เพิ่มขึ้นจากข้อมูลตัวแรกเป็นร้อยละที่มีค่าแน่นอนและเพิ่มขึ้นเท่ากันของข้อมูลตัวถัดไปทำให้พบว่า เมื่อนำเสนอข้อมูลด้วยฮิสโทรแกรมจะทำให้ได้พื้นที่ใต้ฮิสโทแกรมเป็นพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูมุมฉาก จากข้อสังเกตนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการหาความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การคำนวณหาสูตรการไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมู ด้วยสูตรพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูมุมฉากและการแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว เมื่อดำเนินการตรวจสอบสูตรลับไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมูด้วยโปรแกรม GSP พบว่าในการตรวจสอบคำตอบสูตรไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมู ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ทำให้ทราบว่า จากการหาความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ โดยใช้สูตรการหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูมุมฉากและการแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวทำให้ได้สูตรไขรหัสลับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ฮิสโตแกรมและสี่เหลี่ยมคางหมู เป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ได้จริง ดังสูตรต่อไปนี้ กำหนดให้ y₁ แทนค่าของข้อมูลตัวที่ 1, A แทนผลรวมของข้อมูลทั้งหมด, n แทนจำนวนงวด, p แทนร้อยละของค่าที่เพิ่มขึ้นของข้อมูลตัวที่ 1 yₙ = y₁ + (n − 1) · p y₁ A = ½ · [2y₁ + (n − 1) · p y₁] · n n = [−(2y₁ − p y₁) ± √((2y₁ − p y₁)² + 8p y₁A)] / (2p y₁) โดยที่ n ≥ 0 ที่มา: บทคัดย่อ หน้า ก (หน้า 3 ของ PDF) โดยคณะผู้จัดทำโครงงาน จัดช่องไฟและแปลงสมการเป็นข้อความสำหรับเว็บไซต์
